Our Profile

บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud Infrastructure แบบครบวงจร สำหรับ ธุรกิจ และผู้ที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน บริการของบริษัทครอบคลุม ตั้งแต่บริการ Data Center, Internet Access, Cloud Solution, รวมถึง Digital Platform เพื่อสอดคล้องกับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลที่ต้องมีการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทุกที่ ทุกเวลา โดยให้บริการที่ได้รับมาตรฐานระดับสากลมามากกว่า 11 ปี

บริษัทได้ก่อตั้งมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2538 ในชื่อของ ศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตประเทศไทย (Internet Thailand Service Center : ITSC) ซึ่งได้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในเชิงพาณิชย์ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2539 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นบริษัทและได้จดทะเบียนเป็นบริษัทเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2540 โดยมีทุนชำระแล้วเท่ากับ 16 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท บริษัทได้รับอนุมัติจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย (ในขณะนั้น) เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2540 ให้ ดำเนินการเป็นผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้าประเภทนิติบุคคลหรือองค์กร และประเภทบุคคลโดยไม่มีการสิ้นสุดของอายุการได้สิทธิดำเนินการดังกล่าว ต่อมาในวันที่ 28 สิงหาคม 2544 บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเพิ่มทุนจดทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี โดยเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2544 เป็นต้นมา

2538

ก่อตั้งศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตประเทศไทย เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศ

2540


จัดตั้งบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 16 ล้านบาท

2544

เป็นรัฐวิสาหกิจรายแรกที่สามารถแปรรูปเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ มีสถานะเป็นเอกชน ด้วยทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทอินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

2547


ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ INET มุ่งเน้นอยู่เคียงข้างลูกค้าตลอดไป "Always by your side" และใช้โลโก้ใหม่ สื่อถึงการเติบโตและขยายตัวตลอดเวลาพร้อมกับความสำเร็จของลูกค้า

2548

จัดตั้งบริษัทย่อย แมนดาลา คอมมูนิเคชั่น จำกัด เพื่อเข้าสู่ธุรกิจด้าน IP (Internet Protocal) ในอนาคต

2554

สร้างศูนย์ IDC แห่งที่สองที่อาคาร ไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และประหยัดพลังงาน พร้อมระบบสำรองข้อมูลกับ Data Center ศูนย์แรก (บางกอกไทย ทาวเวอร์) จึงสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

2556

ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ทั้งสองศูนย์เป็นรายแรกในประเทศไทย

2557

เป็นผู้นำในการให้บริการ Cloud Services

2559

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 500 ล้านบาท และขยายธุรกิจในส่วนของ Internet Data Center 3

2561

INET-IDC3 สระบุรี เปิดให้บริการ เป็น World Class Data Center และก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Trusted Platforms

บริษัทมีการพัฒนาบริการเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. บริการ Infrastructure as a Service

เป็นการรวมการให้บริการทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ บริการ Cloud Solutions บริการ Co-Location และ บริการ Internet Access ให้เป็นบริการ Infrastructure as a service

1.1 ธุรกิจบริการ Cloud Solutions

เป็นบริการการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ร่วมกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่ปฏิบัติสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 20000 และ ISO/IEC 27018 แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • Infrastructure as a Service (IaaS)
    เป็นการให้บริการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เซิร์ฟเวอร์ (Server), สตอเรจ (Storage) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ทำให้ สามารถใช้ซอฟต์แวร์ เพื่อจำลองการทำงานของคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่น โดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาอุปกรณ์ ช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดการลงทุนทางด้านไอที และบริหารรายได้ให้สัมพันธ์กับรายจ่าย

  • Platform as a Service (PaaS)
    เป็นบริการที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถนำแอปพลิเคชัน (Application) มาทำงานอยู่บนระบบนี้ โดยจะช่วยให้ผู้ใช้บริการใช้งานได้โดยไม่ต้องลงทุนทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เช่น บริการใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ บริการระบบบริหารจัดการเอกสารดิจิทัล (Paperless) บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ และบริการเตรียมความพร้อมทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Cyber Security) เป็นต้น

  • Software as a Service (SaaS)
    เป็นการให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งผู้ใช้งานไม่ต้องทำการลงซอฟต์แวร์ (Install) ในอุปกรณ์ปลายทาง และไม่ต้องดูแลรักษา (Maintenance) ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และข้อมูล เช่น Email on Cloud, Accounting Software on Cloud เป็นต้น

บริษัทให้บริการระบบ Cloud Solutions ในลักษณะสาธารณะ (Public Cloud) สำหรับ Enterprise มาเป็นเวลากว่า 6 ปี โดย ได้รับใบประกาศการรับรองมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 :2013 สำหรับการให้บริการในศูนย์ ปฏิบัติการข้อมูลไอเน็ต (INET-IDC) ที่อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ อาคารบางกอกไทย ทาวเวอร์ และที่แก่งคอย สระบุรี และมาตรด้านความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ด้านการให้บริการ Cloud Solutions และได้การรับรองมาตรฐาน ISO 20000-1:2011 ด้านการบริการจัดการสารสนเทศ และการ ให้บริการด้าน Cloud Solutions ทั้งที่อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ และอาคารบางกอกไทย ทาวเวอร์ เป็นรายแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นการรับประกันคุณภาพและมาตรฐานของการให้บริการ Cloud Solutions ของบริษัทว่าลูกค้าจะได้รับบริการที่ดีและมี คุณภาพ อีกทั้งยังได้การรับรองมาตรฐาน Cloud Security Alliance – Security, Trust & Assurance Registry (CSA-STAR) เป็น รายแรกของประเทศไทย ซึ่ง CSA-STAR เป็นมาตรฐานความ ปลอดภัยทางสารสนเทศสำหรับระบบ Cloud Solutions โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายยืนยันความพร้อมของบริษัท และศักยภาพของการให้บริการ ซึ่งมีองค์กรขนาดใหญ่ให้ความ ไว้วางใจและใช้บริการหลายแห่งและมีแนวโน้มการใช้บริการเพิ่มขึ้น รวมทั้งบริษัทได้เปิดโอกาสให้องค์กรที่มีความสนใจใช้บริการ ร่วมทดสอบการใช้งาน

เพื่อให้บริการ Cloud ของบริษัทตอบสนองความต้องการของ ลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น บริษัทได้เพิ่ม platform ในการให้บริการ Cloud อย่างหลากหลาย เช่น VMware, Microsoft Azure, Openstak platform และได้เพิ่มการรับรองมาตรฐาน ISO27799: 2016 ด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตาม Best Practice ด้าน Health Informatics ขอบเขตการให้บริการ Cloud ที่ทั้งอาคาร ไทยซัมมิท ทาวเวอร์และอาคารบางกอกไทย ทาวเวอร์ และมาตรฐาน PCI DSS รายแรกในประเทศไทย ภายใต้ขอบเขต PCI Cloud IaaS ครอบคลุมทั้งอาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ และอาคารบางกอกไทย ทาวเวอร์ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐาน การให้บริการความปลอดภัยทางธุรกรรมด้านการเงิน และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนลูกค้าที่ดำเนินธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในเขตภูมิภาคอาเซียนได้ใช้บริการ PCI Cloud IaaS ของไทย ในราคาย่อมเยา รวดเร็ว ทันสมัย และปลอดภัย

1.2 บริการ INET Data Center

ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลไอเน็ต (INET-IDC) เป็นศูนย์กลางการให้บริการสำหรับหน่วยงานหรือองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการนำเสนอข้อมูลผ่านเครือข่าย Internet/Intranet ทั้งที่เป็นเครือข่ายสาธารณะ (Public Network) และเครือข่ายส่วนบุคคล (Private Network) มีบริการในรูปแบบต่างๆ เช่น

  • Co-Location:
    บริการแบบรับฝากเซิร์ฟเวอร์ สำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยและมีเสถียรภาพโดยนำเครื่องที่มีอยู่แล้วมาฝากในพื้นที่ที่จัดไว้
  • Business Continuity Planning/Disaster Recovery Center:
    ศูนย์สำรองข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการฐานข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยพื้นที่การทำงานสำรองพร้อม อินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และรองรับการทำงานของพนักงานในทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น วิกฤตน้ำท่วม วิกฤตการเมือง

1.3 บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet Access)

บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจด้วยความเร็วที่หลากหลาย มีพื้นที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตครอบ คลุมทุกจังหวัด ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ทั่วประเทศ บริการอินเทอร์เน็ตนี้สามารถเชื่อมต่อโดยผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ โครงข่ายสายวงจรเช่า (MPLS) ความเร็วสูง และบริการแบบ SD Wan ที่มีความยืดหยุ่นในการให้บริการด้วยค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล และมีการบริหาร Bandwidth ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า สามารถ ตรวจสอบสถานะการใช้งานแบบ Real Time ได้ตลอดเวลา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาด้านเทคนิค ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน รับประกันคุณภาพสูงด้วย Service Level Agreement (SLA) Uptime ร้อยละ 99.90 และเพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการบริษัทนำระบบ Software-defined network เข้ามาช่วยบริหารจัดการเครือข่ายที่เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของบริษัทได้แบบอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของคนลงได้ ส่งผลให้บริการได้รับการยอมรับและเลือกใช้งานจากองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ของประเทศหลายองค์กร

2. บริการ Business Platform

2.1 ธุรกิจบริการ E-Transaction

ปัจจุบันธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้มีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทได้เล็งเห็นประโยชน์จึงมีบริการที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมา ได้แก่ E-Tax Invoice Service Provider

  • E-Tax Invoice Service :
    ใบกำกับภาษีที่ปรับรูปแบบจากที่เคยเป็นกระดาษสู่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบ ที่กำหนดส่งมอบให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการด้วยระบบที่เชื่อมโยงกับกรมสรรพากร ตลอดจนเก็บรักษาข้อมูลใบกำกับอิเล็กทรอนิกส์ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในระบบสารสนเทศ เพื่อช่วยลดภาระและเพิ่มเวลาทำธุรกรรมของตนเองได้มากยิ่งขึ้น โดยข้อมูลของระบบจะถูกจัดเก็บบน Cloud ที่ได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ (PCI DSS : Payment Card Industry Data Security Standard), มีฟังก์ชันการทำงานถูกต้องครบถ้วนตามระบบกรมสรรพากรและมาตรฐานสากล, สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP ได้ง่าย และใช้งานได้จริงกับองค์กรขนาดใหญ่