Background
บทความ

Deep Learning การพัฒนาของเทคโนโลยีสุดล้ำ

ลงเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2568

FacebookLineTwitter
Deep Learning การพัฒนาของเทคโนโลยีสุดล้ำ

Deep Learning การพัฒนาของเทคโนโลยีสุดล้ำ


เคยสงสัยไหมว่าเทคโนโลยีที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา หากมีการพัฒนาจนสามารถทำงานได้เทียบเท่ากับมนุษย์ในปัจจุบันจะเป็นอย่างไร? 

และจะมีการทำงานอย่างไร? 

บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับ Deep Learning การพัฒนาของเทคโนโลยีขั้นกว่าที่มีการเรียนรู้เทียบเท่ากับมนุษย์ 

ซึ่งในปัจจุบันถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น


ทำความรู้จัก Deep Learning

Deep Learning คือ การเรียนรู้เชิงลึก เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Machine Learning ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

โดย Deep Learning จะใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network : ANN) ในการเรียนรู้ ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลที่มีความซับซ้อนและชุดข้อมูลขนาดใหญ่

สามารถประมวลผลและตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้รับได้ด้วยตัวเอง 


หลักการทำงานของ Deep Learning

มีหลักการทำงานคล้ายกับสมองของมนุษย์ โดยมีระบบซอร์ฟแวร์ที่เชื่อมต่อและทำงานร่วมกัน เป็นอัลกอริทึมที่จำลองมาจากสมองของมนุษย์

ส่งผลให้การทำงานของ Deep Learning มีดังนี้


1 Input Layer -  ทำหน้าที่รับข้อมูลขาเข้า (Input) จากภายนอกอาจเป็นรูปแบบตัวเลข อักษรหรือเสียง

จากนั้นจะทำการแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมกับการประมวลผลต่อไป


2 Hidden Layer - ทำหน้าที่ประมวลผล โดยถูกแบ่งออกเป็นหลายหน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีหน้าที่ในการประมวลผลที่แตกต่างกัน


3 Output Layer - ทำหน้าที่ส่งผลรับ (Output) หรือผลการทำนายออกไป


4 Prediction - เป็นการนำเอาผลลัพธ์จาก Output Layer มาจำลองวิธีการตัดสินใจในรูปแบบต่าง ๆ


การนำ Deep Learning มาประยุกต์ใช้

 

การนำ Deep Learning มาใช้ในการทำงานช่วยพัฒนาองค์กรให้เติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

โดยยกตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ให้บริการจองและหาห้องพักได้จากทั่วทุกมุมโลก ได้มีการนำระบบ Deep Learnig เข้ามาใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม ทั้งเรื่องตำแหน่งสถานที่ ราคา จำนวนห้องว่างและตัวแปรอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับการแนะนำที่ดีที่สุด ในการวางแผนการท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากที่ได้นำระบบนี้มาใช้ทำให้ธุรกิจได้รับกำไรเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

และมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่นำ Deep Learning เข้ามาใช้อีกมากมาย อาทิเช่น


  • การค้าขาย : สามารถวิเคราะห์ประวัติการซื้อขายและแนะนำสินค้า เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายหรือคาดการณ์วิเคราะห์การตลาดในอนาคต
  • การแพทย์ : การนำ Deep Learning มาใช้ในด้านต่างๆ เช่น การเก็บข้อมูลและให้ความรู้แก่ผู้ป่วย การประเมินสุขภาพ รวมถึงการวินิจฉัย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล
  • การสื่อสาร : ใช้ในการสื่อสารโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้แบบอัตโนมัติ 
  • การแปลภาษา : นำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งานหรือการป้อนข้อมูลในรูปแบบของตัวอักษร
  • การแยกเสียงและใบหน้า : สามารถแยกเสียงภาษาพูดแปลงให้เป็นภาษาเขียนได้ รวมถึงการแยกใบหน้าคนได้ เช่น การติดแท็กใน Google และ Facebook เป็นต้น
  • การเงิน : ใช้ ในการตรวจจับการทุจริตทางการเงินเป็นตัวช่วยในการป้องกันการฉ้อโกง


การเข้ามาของ Deep Learning  ในปัจจุบันนั้นมีบทบาทสำคัญในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลรวมถึงการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญในการนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ที่ช่วยในการทำงานและการดำเนินชีวิต การพัฒนาของเทคโนโลยีและ AI ที่มีความก้าวหน้าเทียบเท่ามนุษย์จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงานของมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


เว็บไซต์อ้างอิง


แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

INET-IDC1, IDC2 ผ่านการตรวจสอบจาก กรมโยธาฯ และ กทม.
ตอกย้ำการดำเนินงาน Data Center ที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล

วันที่ 27 มี.ค. 2568

INET-IDC1, IDC2 ผ่านการตรวจสอบจาก กรมโยธาฯ และ กทม. ตอกย้ำการดำเนินงาน Data Center ที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล

บทความ

Operation Excellence: ปิดรอยรั่วมาตรฐานการปฏิบัติงานด้วย AI-Powered Knowledge Management Platform

วันที่ 27 มี.ค. 2568

Operation Excellence: ปิดรอยรั่วมาตรฐานการปฏิบัติงานด้วย AI-Powered Knowledge Management Platform

สัมมนา

INET Data Center รากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สู่ความมั่นคงด้านข้อมูลของไทย

วันที่ 27 มี.ค. 2568

INET Data Center รากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สู่ความมั่นคงด้านข้อมูลของไทย

บทความ

inet

© Copyright 2024, Internet Thailand Public Company Limited.