บริการของเรา

เจาะลึกประเภทของ AI เทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก
มีการทำงานแตกต่างกันอย่างไร ?
ทุกวันนี้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์มีการพัฒนาและนำมาใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมไปจนถึงการใช้ในชีวิตประจำวัน
ทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน โดย AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ
แต่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่า AI มีกี่ประเภทและมีการทำงานต่างกันอย่างไรบ้าง ? บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับ AI
มากยิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ประเภทของ AI แบ่งตามความสามารถ
โดย AI มีระดับความสามารถในการทำงานที่แตกต่างกัน ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชนิด ดังนี้
1. ANI (Artificial Narrow Intelligence)
Artificial Narrow Intelligence คือ รูปแบบของ AI ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานเฉพาะด้าน ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งโดยเฉพาะ
ไม่สามารถทำงานอื่นได้นอกเหนือจากที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ โดยไม่สามารถคิดหรือเรียนรู้ข้ามบริบทได้เหมือนกับมนุษย์
ยกตัวอย่าง เช่น : - ระบบแปลภาษาอัตโนมัติ (Google Translate)
- ผู้ช่วยดิจิทัล เช่น Siri
- ระบบแนะนำสินค้า
2. AGI (Artificial General Intelligence)
Artificial General Intelligence คือ AI ที่มีความสามารถใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น สามารถคิด วิเคราะห์และเรียนรู้ได้ในระดับเทียบเท่ามนุษย์
มีความสามารถครอบคลุมหลายด้านและเข้าใจบริบทเหมือนมนุษย์มากขึ้น
ยกตัวอย่าง เช่น : - การวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์เชิงลึก
- การให้บริการข้อความอัตโนมัติ ตอบลูกค้าได้ 24 ชั่วโมง
- ควบคุมหุ่นยนต์และแรงงานแบบผสมผสานในการผลิตสินค้า
3. ASI (Artificial Super Intelligence)
Artificial Super Intelligence คือ ระดับสูงสุดของปัญญาประดิษฐ์ ที่คาดการณ์ว่าจะมีความสามารถในการคิด วิเคราะห์และตัดสินใจได้เทียบเท่า
หรือในบางบริบทอาจเหนือกว่ามนุษย์ สามารถวิเคราะห์ เรียนรู้และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยถึงแม้จะยังไม่มีการใช้งานจริงแต่เป็นการพัฒนา
ในอนาคตที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
ยกตัวอย่าง เช่น : - การวางกลยุทธ์ระดับสูง
- ความคิดสร้างสรรค์และการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ
- การคิดแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน
การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในองค์กรหรือธุรกิจ
- ธนาคาร : ใช้ Chatbot หรือระบบตอบกลับอัตโนมัติในการตอบคำถามและวิเคราะห์ สามารถให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- อีคอมเมิร์ซ : ใช้ในการแนะนำสินค้าตามพฤติกรรมการซื้อของผู้ใช้งาน
- โรงงานอุตสาหกรรม : ใช้ตรวจจับข้อผิดพลาดในสายการผลิตแบบเรียลไทม์
- องค์กรทั่วไป : ใช้วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อค้นหาแนวโน้ม ความเสี่ยงและข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้
ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
- การศึกษา : ใช้วิเคราะห์ระดับความเข้าใจผู้เรียนและปรับคอร์สหรือบทเรียนที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
- การแพทย์ : การพัฒนายาและวินิจฉัย การรักษาโรคที่มีความซับซ้อน
- วิทยาศาสตร์ : ทำการทดลองทางฟิสิกส์ เคมี ชีวะในโลกเสมือน เพื่อเร่งการค้นพบและนวัตกรรมใหม่ๆ
AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัลและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่ง AI ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว
โดยแบ่งได้ตามระดับความสามารถและความฉลาด ซึ่งแต่ละประเภทมีความสำคัญและลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับศักยภาพและบริบทการใช้งาน การเข้าใจประเภทของ AI อย่างชัดเจนจะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้อย่างเต็มที่
อ้างอิงเว็บไซต์
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

วันที่ 16 ก.ค. 2568
ในวันที่บริการดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชีวิตประจำวัน “ศูนย์ข้อมูล” หรือ Data Center จึงเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังบริการ ผ่านการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
บทความ

วันที่ 16 ก.ค. 2568
เคยสงสัยไหมว่า “Megawatt” ค่าวัดปริมาณเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าใน Data Center เขาวัดจากอะไร? MW หรือหน่วยวัด “กำลังไฟฟ้า” ที่ใช้บอกขนาดกำลังไฟว่า Data Center แห่งนี้รองรับการใช้ไฟได้มากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีการใช้ไฟเต็มกำลังตลอดเวลา
บทความ

วันที่ 16 ก.ค. 2568
บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ร่วมงาน “Thailand HPC & AI Infrastructure: Powering the Future - Building Thailand’s Compute Ecosystem” จัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค (NECTEC) เพื่อร่วมเปิดมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเทคโนโลยีในอนาคต พร้อมติดตามพัฒนาการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การประมวลผล AI และเทคโนโลยีข้อมูล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัล ณ ห้องประชุมจูปิเตอร์ (Jupiter) 4-13 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569
ธุรกิจ