บริการของเรา
เมกะวัตต์ (MW) เป็นหน่วยวัดกำลังไฟฟ้าขนาดใหญ่ ใช้บอกว่าระบบไฟฟ้าหนึ่ง รองรับการใช้ไฟได้สูงสุดเท่าใด จึงเหมาะกับการวัดขนาดของโครงสร้างพื้นฐาน อย่างโรงไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูล โดยมีความสัมพันธ์ของหน่วยดังนี้
1 เมกะวัตต์ (MW) = 1,000 กิโลวัตต์ (kW) = 1,000,000 วัตต์ (W)
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐอเมริกา หรือ EIA อธิบายว่า วัตต์ (W) คือหน่วยที่บอกว่า อุปกรณ์กำลังใช้ไฟมากน้อยเพียงใด ส่วน วัตต์-ชั่วโมง (Watt-hour: Wh) คือหน่วยที่บอกว่าใช้ไฟไปรวมทั้งหมดเท่าไรเมื่อคิดตามเวลา โดยทั่วไปแล้วจะใช้หน่วยวัดปริมาณไฟฟ้าเป็น กิโลวัตต์-ชั่วโมง (Kilowatt-hour: kWh) ซึ่ง 1 kWh หมายถึงการผลิตไฟฟ้าขนาด 1 กิโลวัตต์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งมีวิธีการคำนวณดังนี้
kWh = กำลังไฟฟ้า (W) × เวลา (ชั่วโมง) / 1,000
ตัวอย่างเช่น หากเปิดพัดลม 100W นาน 10 ชั่วโมง เท่ากับว่าใช้พลังงานไฟฟ้าไป 1,000 วัตต์-ชั่วโมง (Wh) หรือ 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
หน่วยวัดกำลังไฟที่ควรรู้
นอกจากนี้ยังมีหน่วยวัดกำลังไฟอื่น ๆ ที่ควรรู้ โดยเรียงจากหน่วยที่น้อยที่สุด ไปยังหน่วยที่มากที่สุด พร้อมเปรียบเทียบกับหน่วย วัตต์ (W) ได้ดังนี้
มิลลิวัตต์ (Milliwatt: mW) : 1 mW = 10⁻³ W หรือ 0.001 W
กิโลวัตต์ (Kilowatt: kW) : 1 kW = 10³ W หรือ 1,000 W
เมกะวัตต์ (Megawatt: MW) : 1 MW = 10⁶ W หรือ 1,000,000 W
กิกะวัตต์ (Gigawatt: GW) : 1 GW = 10⁹ W หรือ 1,000,000,000 W
เทระวัตต์ (Terawatt: TW) : 1 TW = 10¹² W หรือ 1,000,000,000,000 W
PUE ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
MW บอกได้ว่าศูนย์ข้อมูลใช้ไฟได้มากเพียงใด แต่การบอกว่าศูนย์ข้อมูลนั้นใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ อาจต้องมีตัวชี้วัดอื่นใช้วิเคราะห์ร่วมกัน โดยมักใช้ PUE (Power Usage Effectiveness) ควบคู่ ซึ่งคำนวณจาก
PUE = พลังงานรวมของอาคาร / พลังงานที่ใช้กับอุปกรณ์ IT
ตัวอย่าง ศูนย์ข้อมูลที่มีค่า PUE เท่ากับ 1.5 หมายความว่า พลังงาน 1 วัตต์ที่ใช้กับอุปกรณ์สารสนเทศ จะต้องใช้พลังงานรวมทั้งสิ้น 1.5 วัตต์ ค่า PUE สะท้อนความคุ้มค่าของพลังงานที่ใช้ไปกับระบบต่าง ๆ ในศูนย์ข้อมูล หากค่า PUE เท่ากับ 1 หรือ ใกล้เคียง 1 แปลว่าศูนย์ข้อมูลนั้น ๆ ใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
INET ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลกับกลยุทธ์ศูนย์ข้อมูลแบบกระจายตัว
โดยกำลังไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย INET-IDC1 ขนาด 0.7 เมกะวัตต์ (MW), INET-IDC2 ขนาด 1.2 เมกะวัตต์ (MW) และ INET-IDC3 ขนาด 3-4 เมกะวัตต์ (MW) ต่อเฟส ที่จังหวัดสระบุรี
การกระจายศูนย์ข้อมูลช่วยลดการกระจุกตัวของทรัพยากร เพิ่มความยืดหยุ่นให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ และบริหารจัดการพลังงานให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมติดตามการใช้ทรัพยากรผ่านระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center Infrastructure Management (DCIM) อย่างไรก็ตาม ตัวเลข MW ที่เปิดเผยนี้ไม่ใช่ข้อมูลพลังงานที่ใช้จริงรายเดือน และไม่ได้หมายความว่าทุกศูนย์ดึงไฟเต็มขนาดตลอดเวลา แต่เป็นตัวเลขที่ระบุตามขนาดกำลังรองรับของศูนย์ข้อมูลเป็นหลัก ไม่ใช่ตามการใช้งานจริง
นอกจากนี้ INET ยังมีแผนขยายศูนย์ข้อมูลแห่งที่ 4 (INET-IDC4) ที่จังหวัดขอนแก่น ภายใต้แนวคิด "Humble & Harmony" ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านพลังงาน การใช้น้ำ การควบคุมเสียง และผลกระทบต่อชุมชน รองรับกำลังไฟฟ้าเฟสละ 4 เมกะวัตต์ รวมสูงสุดไม่เกิน 20 เมกะวัตต์ทั้งโครงการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีในอนาคต และสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค
แล้วการใช้ไฟระดับ MW กระทบชุมชนหรือไม่?
คำตอบอาจต้องพิจารณาความพร้อมของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ร่วมด้วย ทั้งแหล่งจ่ายไฟ ความสามารถของระบบส่งและระบบจำหน่าย ตลอดจนความต้องการใช้ไฟของผู้ใช้งานรายอื่นในบริเวณเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ การเลือกพื้นที่ที่มีไฟฟ้าและโครงข่ายรองรับเพียงพอจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญ ที่ช่วยลดข้อจำกัดจากการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลเข้ากับระบบไฟฟ้า
การทำความเข้าใจการใช้ไฟของศูนย์ข้อมูลจึงควรมองให้ครบทั้ง ขนาดกำลังรองรับ พลังงานที่ใช้จริง และประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ซึ่งตัวเลข MW เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เห็นขนาดกำลังไฟ ส่วนการประเมินความรับผิดชอบด้านพลังงานที่แท้จริง ต้องพิจารณาข้อมูลการดำเนินงาน ความพร้อมของระบบไฟฟ้า และผลกระทบต่อพื้นที่ประกอบกัน เพื่อให้การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเดินหน้าไปพร้อมกับความมั่นคงด้านไฟฟ้าของชุมชนอย่างสมดุล
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

วันที่ 6 ต.ค. 2569
ในวันที่บริการดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชีวิตประจำวัน “ศูนย์ข้อมูล” หรือ Data Center จึงเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังบริการ ผ่านการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
บทความ

วันที่ 6 ต.ค. 2569
คุณมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) รับปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิทยาการคอมพิวเตอร์) จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ประกาศ

วันที่ 6 ต.ค. 2569
บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ร่วมงาน “Thailand HPC & AI Infrastructure: Powering the Future - Building Thailand’s Compute Ecosystem” จัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค (NECTEC) เพื่อร่วมเปิดมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเทคโนโลยีในอนาคต พร้อมติดตามพัฒนาการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การประมวลผล AI และเทคโนโลยีข้อมูล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัล ณ ห้องประชุมจูปิเตอร์ (Jupiter) 4-13 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569
ธุรกิจ